ปัจจุบัน แหล่งกำเนิดซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์มาจาก 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ โรงงานผู้ผลิตภัณฑ์และชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และแห่งกำเนิดในชุมชนซึ่งส่วนใหญ่มาจากบ้านเรือน หน่วยงาน และสถานประกอบการต่างๆ
ที่น่าสนใจ พฤติกรรมของผู้บริโภคในขณะนี้ กว่าร้อยละ 50 จะขายซากผลิตภัณฑ์ฯ ก็ต่อเมื่อไม่ใช้แล้ว ส่วนที่เหลือจะเก็บปะปนรวมกับขยะทั่วไป โดยทางผู้ที่รับซื้อไปก็ไม่ได้มีการจัดการอย่างถูกต้อง จึงส่งผลเสียต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
จากรายงานของ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ปี 2555 ได้คาดการณ์ปริมาณซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 8 ประเภท ได้แก่ โทรทัศน์ กล้องถ่ายภาพ/วิดีโอ อุปกรณ์เล่นภาพ/เสียงขนาดพกพา เครื่องพิมพ์/โทรสาร โทรศัพท์มือถือ/บ้าน คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เครื่องปรับอากาศ และตู้เย็น ติดเป็นน้ำหนักรวม 359,070 ตัน และหากนับรวมผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ประเภทอื่นๆ ด้วย ประเทศไทยน่าจะมีปริมาณซากผลิตภัณฑ์ฯ ไม่ต่ำกว่า 400,000 ตันต่อปี นอกจากนี้ คาดว่ามีซากหลอดไฟไม่ต่ำกว่า 250 ล้านหลอดและแบตเตอรี่แห่งไม่ต่ำกว่า 500 ล้านก้อน คิดเป็นน้ำหนักรวมอีกกว่า 42,000 ตัน
และในปี พ.ศ.2559 คาดจะเกิดซากผลิตภัณฑ์ฯ ประมาณ 24.30 ล้านเครื่อง ซากหลอดฟลูออเรสเซนต์ประมาณ 280 ล้านหลอด และซากแบตเตอรี่แห้งอีกประมาณ 650 ล้านก้อน
เนื่องจากการจัดการซากผลิตภัณฑ์ฯ นั้นยุ่งยากและซับซ้อน อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากองค์ประกอบวัสดุที่หลากหลาย ทั้งสารอันตรายที่เป็นโลหะหนัก สารในกลุ่มสารมลพิเศษที่ตกค้าง หากว่าถูกถอดแยกชิ้นส่วนโดยเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสม ก็อาจจะเป็นการปล่อยสารพิษสู่สิ่งแวดล้อม
อย่างการถอดแยกเครื่องปรับอากาศ หรือตู้เย็นเพื่อนำมาไซเคิล ทำให้เกิดการระบายสารความเย็นสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งตัวสารทำความเย็นส่วนใหญ่ก็ยังเป็นสารที่ทำลายชั้นโอโซนหรือกลายเป็นก๊าซเรือนกระจกที่เป็นต้นเหตุสำคัญของการเกิดภาะวะโลกร้อน
'ถั่วงอก' มากคุณค่าทางโภชนาการ
ช่วงนี้อากาศแปรปรวนบ่อยเดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวลมหนาวพัดมา ทำให้หลายคนเจ็บป่วย โดยเฉพาะอาการหวัดที่มักจะเป็นกันมาก จึงต้องหมั่นดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด Dr
Dr
Dr
Dr
Dr
Dr
Dr
Dr
Dr
Dr
Dr
Dr
Dr
Dr
Dr
Dr
Dr
Dr
Dr
Du
Du
Du
Du
Du
Du
Du
Du
Du
Du
Du
Du
Du
Du
Du
Du
Du
Du
Du
Du
Du
Du
Du
Du
Du
Du
Du
Du
Du
Du
Du
Dv
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารที่ปรุงจาก "ถั่วงอก" ที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากมาย แถมยังมีคุณสมบัติช่วยป้องกันโรคหวัด วันนี้เคล็ดลับสุขภาพดีมีคุณประโยชน์ของถั่วงอกมาบอกกล่าวให้ทราบกันด้วย
"ถั่วงอก" คือ ต้นอ่อนที่งอกออกมาจากเมล็ดของถั่ว ซึ่งเมล็ดถั่วที่นิยมเพาะกันมีหลายชนิด ได้แก่ ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วลิสง ถั่วลันเตา ซึ่งรสชาติและวิธีการเพาะถั่วแต่ละชนิดก็มีความแตกต่างกันออกไป สำหรับถั่วที่คนไทยนิยมรับประทานกัน คือถั่วงอกที่เพาะมาจากถั่วเขียว เพราะมีรสชาติหวานกรอบ และอร่อยถูกปากคนไทย ซึ่งสามารถรับประทานได้หลายรูปแบบ เช่น นำมาใส่ในก๋วยเตี๋ยว นำมาเป็นเครื่องเคียงในขนมจีนน้ำยา ใส่ในผัดไทย หอยทอด และยังสามารถนำมาประกอบอาหารได้อีก เช่น ผัดถั่วงอก
สำหรับคุณค่าทางโภชนาการของถั่วงอกนั้นมีคุณค่าทางอาหารหลายอย่าง ได้แก่ โปรตีน เกลือแร่ และวิตามินค่อนข้างครบถ้วน โดยในถั่วงอกนั้นจะมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส และเหล็กสูง อีกทั้งยังมีวิตามินซีสูงอีกด้วย ถ้าเรารับประทานถั่วงอก 1 ถ้วย จะให้วิตามินซีในปริมาณ 1 ใน 10 ที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน ดังนั้นในช่วงเวลานี้จึงเหมาะอย่างยิ่งที่เราจะรับประทานถั่วงอกเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในการป้องกันโรคหวัด
นอกจากนี้ถั่วงอกยังจัดเป็นผักที่ให้พลังงานต่ำ โดยถั่วงอก 100 กรัมจะให้พลังงานเพียง 36 กิโลแคลอรี และยังให้เส้นใยอาหารสูงจึงเหมาะกับหนุ่ม ๆ สาว ๆ ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักตัว หรือคนที่มีน้ำหนักตัวเกิน
อย่างไรก็ตามมีการทดลองในหนูพบว่า การให้หนูกินสารในถั่วงอกสามารถป้องกันตับจากการถูกทำลายได้ โดยในถั่วงอกมีสารอาหารพิเศษ ได้แก่ สารซูเปอร์ออกไซด์ดิสมิวเทส หรือเอสโอดี (SOD) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์สูง สารกาบา (GABA) เป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง พบว่า สูงกว่าถั่วธรรมดาถึง 27 เท่า สารออกซิน (Auxin) เป็นฮอร์โมนที่พบได้ในพืช ทำหน้าที่ควบคุมการแก่ของเซลล์ได้ แต่ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่าสามารถป้องกันการแก่ของเซลล์ในคน
นอกจากนี้ กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้รายงานคุณค่าทางโภชนาการของถั่วงอก 100 กรัม ให้คุณค่าดังนี้ โปรตีน 2.8 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 85 มิลลิกรัม แคลเซียม 27 มิลลิกรัม และเหล็ก 12 มิลลิกรัม ส่วนวิตามินอื่น ๆ ในถั่วงอก ได้แก่ วิตามินบี 1 บี 2 ฯลฯ
ที่สำคัญการเลือกรับประทานถั่วงอกให้ได้ประโยชน์สูงสุดต้องเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ไม่เลือกซื้อถั่วงอกที่มีสีขาวผิดปกติ หรือมีสีคล้ำมากกว่าปกติ
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ea
Ec
Ec
Ec
Ec
Ec
Ec
Ec
Ec
Ec
Ec
Ec
Ec
Ec
Ec
Ec
Ec
Ec
Ec
Ec
Ec
Ec
Ec
Ec
Ec
Ec
Ec
Ec
Ec
Ei
Ei
Ei
Ei
Ei
Ei
Ei
Ei
Ei
Ei
Ei
Ei
Ei
Ei
Ei
Ei
El
El
El
El
El
El
El
En
En และในการนำมาประกอบอาหารควรล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่าหลาย ๆ ครั้ง จากนั้นจึงทำให้สุกเพราะความร้อนจะทำให้สารฟอกขาวถูกทำลายได้ หรือถ้าไม่มั่นใจก็สามารถปลูกรับประทานเองได้ง่าย ๆ
เมื่อทราบแบบนี้แล้วก็อย่าลืมหันมารับประทานถั่วงอกกันดูบ้าง เพราะนอกจากจะให้คุณค่าต่อร่างกายมากมายแล้วยังมีราคาถูกอีกด้วย หรือใครจะปลูกรับประทานเองก็สามารถทำได้ ง่าย ๆ ขั้นตอนไม่ยุ่งยากเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายที่ดีค่ะ
No comments:
Post a Comment